แพ็กเกจนี้คืออะไร
Device คือแพ็กที่ให้แอปใช้ความสามารถของเครื่องครบสามอย่าง แจ้งเตือนที่เด้งขึ้นหน้าจอล็อกทั้ง iPhone และ Android กล้องในแอปสำหรับถ่ายหลักฐานหรือสแกน และการทำงานตอนไม่มีสัญญาณ
งานที่บันทึกตอนเน็ตหลุดถูกเก็บไว้ในเครื่องก่อน แล้วส่งขึ้นเองเมื่อกลับมามีสัญญาณ โดยคนใช้ไม่ต้องจำว่าต้องกดอะไรซ้ำ หน้าจอขยายเป็นไม่เกินสิบหน้า และแยกสิทธิ์ได้ว่าใครเห็นอะไร
ถ้าจะจำแค่ข้อเดียวว่าต่างจาก Launch ตรงไหน ให้จำว่า Launch คือแอปที่คนต้องเปิดดูเอง ส่วน Device คือแอปที่เรียกคนกลับมาได้ด้วยแจ้งเตือน และทำงานต่อได้ในที่ที่เน็ตไปไม่ถึง
ลองดูของจริง
ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดแอปเลย กดส่งงานด่วนจากออฟฟิศดู แล้วดูที่หน้าจอเครื่อง
นี่คือข้อเดียวที่เว็บทำแทนไม่ได้จริงๆ เว็บที่ปิดแท็บไปแล้ว ส่งอะไรถึงคนใช้ไม่ได้เลย ต้องรอให้เขาเปิดเข้ามาเอง ส่วนแอปที่ปิดอยู่หรือมือถืออยู่ในกระเป๋า ยังเด้งขึ้นหน้าจอล็อกได้ ถ้างานของคุณต้องบอกคนให้รู้เดี๋ยวนี้ นี่คือเหตุผลที่ควรทำแอป ไม่ใช่เพราะแอปเท่ากว่า
นี่คือตัวจำลองหน้าจอของแอปที่ส่งมอบจริง ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในหน้าเว็บนี้ ไม่ได้ต่อกับระบบไหน ของจริงเขียนด้วย React Native และ Expo เป็นหน้าจอเนทีฟของ iPhone และ Android จากโค้ดชุดเดียว
ของจริงที่ทำงานอยู่แล้วคือ mobile-ai-chat แอปแชทที่ผมเขียนด้วย React Native และ Expo เก็บกุญแจ AI ไว้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใส่ไว้ในตัวแอป เปิดโค้ดให้อ่านได้ทั้งหมด อ่านโค้ดบน GitHub
สิ่งที่คุณจะได้ ทั้งหมด
รายการนี้คือขอบเขตงานทั้งหมดของแพ็กเกจนี้ ไม่มีข้อไหนซ่อนไว้ในสัญญา
- ทุกอย่างในแพ็กเกจ Launch
- แจ้งเตือนเด้งขึ้นหน้าจอล็อก ทั้ง iPhone และ Android
- ใช้กล้องถ่ายหลักฐานหรือสแกนในแอปได้
- ทำงานตอนไม่มีเน็ตได้ แล้วส่งข้อมูลขึ้นเองเมื่อกลับมามีสัญญาณ
- หน้าจอไม่เกิน 10 หน้า และแยกสิทธิ์ผู้ใช้ได้
- ค่าบัญชีนักพัฒนา Apple ปีละ 99 ดอลลาร์ และ Google Play ครั้งเดียว 25 ดอลลาร์ จ่ายในชื่อคุณหรือบริษัทคุณเอง เพื่อให้แอปเป็นของคุณจริง
- การกดยื่นขึ้นสโตร์แทนคุณ ผมเตรียมไฟล์และเอกสารให้ครบ แต่ขั้นตอนยื่นทำในบัญชีของคุณเอง ผมไกด์ให้ทีละขั้น
- เวลาที่ Apple และ Google ตรวจแอปก่อนขึ้นสโตร์ไม่นับรวมในระยะส่งมอบ และผลอนุมัติเป็นการตัดสินใจของสโตร์
- ค่าระบบหลังบ้าน ค่าแผนที่ และบริการภายนอกอื่น จ่ายตามการใช้งานจริงในบัญชีของคุณ
- ค่าโฆษณาและการทำให้คนโหลด เป็นงานการตลาดคนละสายกับที่ผมทำ
คำถามที่พบบ่อยของแพ็กเกจนี้
แจ้งเตือนบน iPhone ต่างจาก Android ไหม
ต่างกันเล็กน้อยครับ iPhone ต้องให้ผู้ใช้กดอนุญาตก่อนถึงจะแจ้งเตือนได้ Android รุ่นใหม่ก็ถามเหมือนกัน ผมจึงให้แอปขออนุญาตในจังหวะที่คนเห็นประโยชน์ เช่นหลังจองคิวสำเร็จ ไม่ใช่ถามทันทีที่เปิดแอปครั้งแรกซึ่งคนมักกดปฏิเสธ
แจ้งเตือนมีค่าใช้จ่ายรายเดือนไหม
ตัวแจ้งเตือนไม่มีค่ารายเดือนครับ ใช้บริการส่งแจ้งเตือนของ Apple และ Google ผ่าน Expo ซึ่งใช้ได้ฟรี ค่าใช้จ่ายถ้ามีจะอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ของคุณเองเมื่อผู้ใช้เยอะขึ้น และผมบอกตัวเลขให้ก่อนถึงจุดนั้น
ออฟไลน์ได้นานแค่ไหน เก็บได้กี่รายการ
ข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลบนเครื่อง จึงไม่ได้จำกัดด้วยเวลาแต่จำกัดด้วยพื้นที่ว่างในมือถือ งานทั้งวันของคนหนึ่งคนใช้พื้นที่น้อยมากถ้าไม่นับรูป ส่วนรูปผมย่อขนาดก่อนเก็บเสมอ
ถ้าสองคนแก้ข้อมูลเดียวกันตอนออฟไลน์ ยึดของใคร
ตกลงกติกากันก่อนเขียนโค้ดครับ เช่นยึดของคนที่บันทึกทีหลัง หรือยึดของหัวหน้าเสมอ แล้วแอปเก็บประวัติไว้ให้ดูว่าอะไรถูกทับ ข้อมูลจะไม่หายเงียบโดยไม่มีใครรู้
ต่างจากแอป Android แพ็ก Field ยังไง
ความสามารถใกล้กันครับ ต่างที่แพ็กนี้ได้ทั้ง iPhone และ Android จากโค้ดชุดเดียว ส่วน Field ทำ Android อย่างเดียวแต่เขียนเนทีฟเต็มตัวและถูกกว่า ถ้าพนักงานทุกคนใช้ Android ที่บริษัทแจก Field คุ้มกว่า