รับทำแอปมือถือ iPhone และ Android ด้วย React Native
แอปเดียวลงได้ทั้ง iPhone และ Android หน้าจอเนทีฟ ไม่ใช่เว็บครอบ พร้อมยื่นขึ้นสโตร์ในชื่อคุณ
เหมาะกับคุณถ้ากำลังเจอแบบนี้
ลูกค้าของคุณใช้ทั้ง iPhone และ Android
ทำแอป Android อย่างเดียวเท่ากับทิ้งคนที่ใช้ iPhone ไปทั้งกลุ่ม โค้ดชุดเดียวได้ทั้งสองระบบในงบเดียว
อยากให้แอปอยู่บนหน้าจอลูกค้า
ไอคอนบนหน้าจอถูกกดบ่อยกว่าลิงก์ที่ต้องเปิดเบราว์เซอร์ และลูกค้าค้นเจอแอปคุณได้ใน App Store กับ Google Play
ต้องแจ้งเตือนให้คนเห็นจริง
แจ้งเตือนเด้งขึ้นหน้าจอล็อกทั้งสองระบบ เหมาะกับนัดหมาย โปรโมชัน หรืองานใหม่ที่ต้องรู้ทันที
ทีมทำงานนอกสถานที่หรือต้องใช้กล้อง
บันทึกงานตอนไม่มีสัญญาณแล้วส่งขึ้นเองทีหลัง ถ่ายหลักฐานหรือสแกนในแอปได้เลย
3 แพ็กเกจ เลือกตามที่ธุรกิจคุณต้องใช้จริง
ราคาด้านล่างคือราคาเต็มของงาน ไม่ใช่ราคาเริ่มต้นที่จะบวกเพิ่มทีหลัง ถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ ผมแจ้งตัวเลขให้ทราบก่อนทำเสมอ
- แอปเดียวลงได้ทั้ง iPhone และ Android จากโค้ดชุดเดียว
- หน้าจอเนทีฟด้วย React Native ไม่ใช่เว็บที่เอากรอบแอปมาครอบ
- หน้าจอหลักไม่เกิน 5 หน้า เขียนชื่อไว้ในสเป็คตั้งแต่วันตกลง
- ลองแอปจริงระหว่างทางผ่าน TestFlight และ Google Play
- ไฟล์และเอกสารครบสำหรับยื่นทั้งสองสโตร์ พร้อมซอร์สโค้ดทั้งหมด
- แจ้งเตือนเด้งขึ้นหน้าจอล็อก ทั้ง iPhone และ Android
- กล้องในแอป ถ่ายหลักฐานหรือสแกนได้
- เน็ตหลุดก็บันทึกงานต่อได้ กลับมามีสัญญาณแล้วส่งขึ้นเอง
- หน้าจอไม่เกิน 10 หน้า แยกสิทธิ์ว่าใครเห็นอะไรได้
- ตกลงกติกาไว้ก่อนว่าข้อมูลชนกันแล้วยึดของใคร
- หลังบ้านบนเว็บ ดูข้อมูลที่แอปส่งเข้ามาได้ทันที
- ส่งแจ้งเตือนหาทุกคนหรือเฉพาะกลุ่มได้เองจากหลังบ้าน
- แผนที่และตำแหน่ง เก็บเฉพาะช่วงที่กดเริ่มงาน
- หน้าจอไม่เกิน 15 หน้า
- ดูแลให้ฟรีเดือนแรกหลังส่งมอบ
ขั้นตอนตั้งแต่ทักมาจนใช้งานได้
เล่าว่าใครจะใช้แอปและใช้ตอนไหน
คนใช้เป็นพนักงานหรือลูกค้า ใช้ในร้านหรือนอกสถานที่ สองข้อนี้เปลี่ยนวิธีออกแบบทั้งหมด
รับใบสรุปงาน แล้วเปิดบัญชีนักพัฒนาวันแรก
ผมสรุปขอบเขต ราคา และสิ่งที่ต้องเตรียมครั้งเดียวจบ บัญชี Apple และ Google ในชื่อบริษัทใช้เวลาอนุมัติ จึงควรเริ่มพร้อมกับงาน
ได้ลองแอปจริงตั้งแต่กลางทาง
ลองบน iPhone ผ่าน TestFlight และบน Android ผ่าน Google Play ในบัญชีของคุณ ไม่ต้องรอจนจบงาน
ส่งมอบและยื่นขึ้นสโตร์
ส่งซอร์สโค้ด ไฟล์แอป คู่มือ และเอกสารยื่นสโตร์ ผมไกด์ตอนคุณยื่นทีละขั้น พร้อมรับประกัน 30 วัน
คำถามที่พบบ่อยเรื่องบริการนี้
React Native ต่างจากแอปที่เอาเว็บมาครอบยังไง
แอปที่ครอบเว็บคือหน้าเว็บที่แสดงอยู่ในกรอบแอป ส่วน React Native สั่งปุ่ม รายการ และช่องกรอกของ iPhone และ Android ตัวจริง เอกสารทางการของ React Native เขียนไว้ว่าตอนทำงานมันสร้างหน้าจอของ Android และ iOS ขึ้นมาจริง แอปจึงลื่นและใช้กล้อง แจ้งเตือน และการทำงานตอนไม่มีเน็ตได้เต็มที่
ต้องมีเครื่อง Mac ไหม แล้วทำแอป iOS ยังไง
ไม่ต้องครับ ผมสร้างแอป iOS บนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ด้วย Expo EAS และทดสอบบน iPhone จริง ส่วนคุณลองแอประหว่างทางผ่าน TestFlight ของ Apple ในบัญชีของคุณเอง
แอปจะอยู่ในสโตร์ในชื่อใคร
ชื่อบัญชีของคุณเองครับ ผมแนะนำให้เปิดบัญชีนักพัฒนาทั้ง Apple และ Google ในชื่อธุรกิจคุณตั้งแต่วันแรก บัญชีบริษัทต้องมีเลข D-U-N-S ซึ่งขอฟรีแต่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ แอปจะเป็นสมบัติของคุณและเปลี่ยนคนดูแลได้ตลอด
กติกาใหม่ของ Google ที่ให้ยืนยันตัวตนนักพัฒนามีผลไหม
มีครับ ตั้งแต่ 30 กันยายน 2569 แอป Android ที่ติดตั้งบนมือถือในไทยต้องมาจากนักพัฒนาที่ยืนยันตัวตนกับ Google แล้ว ใช้กับแอปทุกแบบรวมถึง React Native แอปที่ขึ้น Google Play ในบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้วใช้งานได้ตามปกติ ผมวางขั้นตอนนี้ไว้ในวันแรกของงาน
ทำไมแพงกว่าแอป Android อย่างเดียว
เพราะได้สองระบบ และต้องผ่านการตรวจของสโตร์สองเจ้า ถ้าผู้ใช้ของคุณใช้ Android ทั้งหมด เช่นบริษัทแจกเครื่องให้พนักงาน บริการแอป Android ของผมถูกกว่าและเขียนเป็นเนทีฟเต็มตัว ผมบอกตรงๆ ตอนประเมินว่าแบบไหนคุ้มกับงานคุณ
มีผลงานจริงให้ดูไหม
มีครับ mobile-ai-chat เป็นแอปแชทที่ผมเขียนด้วย React Native และ Expo เก็บกุญแจ AI ไว้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ส่วน ReceiptLens เป็นแอป Android เนทีฟที่อ่านใบเสร็จบนเครื่อง ทั้งสองตัวเปิดโค้ดให้อ่านได้บน GitHub ผมให้ตัดสินจากโค้ดที่อ่านได้ ไม่ใช่จากการนับปี
บริการที่มักทำคู่กัน
เล่าว่าใครจะใช้แอปและใช้ตอนไหน
ถ้าผมดูแล้วเห็นว่าทำเป็นเว็บหรือแอป Android อย่างเดียวคุ้มกว่า ผมจะบอกตรงๆ
ตอบกลับภายใน 1–2 วันทำการ ไม่ต้องนัดคุย