ตั้งแต่ 30 กันยายน 2569 แอป Android ที่ไม่ได้ลงทะเบียน จะติดตั้งในไทยไม่ได้
ไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศแรกที่ Google เริ่มบังคับให้ทุกแอปต้องมาจากนักพัฒนาที่ยืนยันตัวตนแล้ว บทความนี้บอกว่าใครโดนบ้าง ถ้าไม่ทำแล้วเกิดอะไรขึ้นจริง และห้าอย่างที่เจ้าของธุรกิจเช็คเองได้วันนี้
ถ้าธุรกิจของคุณมีแอป Android ไม่ว่าจะอยู่บน Google Play หรือเป็นไฟล์ติดตั้งที่ส่งให้พนักงานกับลูกค้าลงกันเอง วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นวันที่ต้องรู้ไว้ ไทยเป็นหนึ่งในสี่ประเทศแรกของโลกที่ Google เริ่มบังคับกฎนี้ อีกสามประเทศคือบราซิล อินโดนีเซีย และสิงคโปร์
เรื่องนี้ถูกเขียนถึงไปเยอะแล้วในมุมว่าเกิดอะไรขึ้น บทความนี้เขียนอีกมุมหนึ่ง คือเจ้าของธุรกิจที่มีแอปอยู่แล้วต้องลงมือทำอะไรบ้าง ข้อไหนใช้เวลาสิบนาที และข้อไหนที่ถ้าเพิ่งเริ่มวันนี้จะไม่ทัน
กฎใหม่คืออะไร
ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 แอปที่จะติดตั้งลงบนเครื่อง Android ที่ผ่านการรับรองในไทย ต้องเป็นแอปที่ลงทะเบียนไว้แล้ว โดยนักพัฒนาที่ยืนยันตัวตนกับ Google แล้ว
ขอบอกไว้ก่อนเพราะมีคนเข้าใจผิดกันมาก นี่เป็นกติกาของ Google ไม่ใช่กฎหมายไทยและไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานราชการ ไม่มีใครต้องไปยื่นเรื่องกับที่ไหนในไทย ทุกขั้นตอนทำผ่านบัญชีนักพัฒนาของ Google ทั้งหมด
สองคำนี้เป็นคนละเรื่องกันและต้องมีครบทั้งคู่ ยืนยันตัวตน คือการพิสูจน์ว่าคนหรือบริษัทที่ถือบัญชีนักพัฒนามีตัวตนจริง ส่วนลงทะเบียนแอป คือการบอก Google ว่าชื่อแพ็กเกจนี้เป็นของบัญชีนั้น มีบัญชีที่ยืนยันแล้วแต่ลืมลงทะเบียนแอป แอปก็ยังติดตั้งไม่ได้อยู่ดี
กฎนี้ไม่ได้ใช้กับ Google Play อย่างเดียว Google ระบุว่าครอบคลุมสโตร์ที่เข้าร่วมเจ็ดเจ้า ที่คนไทยคุ้นชื่อคือ Google Play, Galaxy Store ของ Samsung และสโตร์ของ OPPO, HONOR, vivo และ Xiaomi และครอบคลุมไฟล์ติดตั้งที่แจกกันเองนอกสโตร์ด้วย
หลังจากรอบแรกในสี่ประเทศนี้ Google บอกว่าจะขยายไปทั่วโลกในปี 2570 เป็นต้นไป
ใครโดนบ้าง
- มีแอปอยู่บน Google Play ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นแอปขายของ แอปสะสมแต้ม หรือแอปจองคิว
- แจกไฟล์ติดตั้งเองให้พนักงานลงในมือถือทุกเครื่อง เช่นแอปเช็คสต๊อก แอปลงเวลาเข้างาน แอปให้พนักงานส่งของ
- จ้างบริษัทหรือฟรีแลนซ์ทำแอปให้ แล้วแอปอยู่ในบัญชีของเขา ไม่ใช่ของคุณ
- กำลังจะเปิดแอปใหม่ในไตรมาสนี้
ข้อสองคือข้อที่คนลืมบ่อยที่สุด หลายคนเข้าใจว่ากฎนี้เป็นเรื่องของสโตร์ จึงคิดว่าแอปที่ไม่ได้ขึ้นสโตร์ไม่เกี่ยว ความจริงตรงกันข้าม แอปที่แจกกันเองคือกลุ่มที่ต้องไปลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะไม่มีใครลงให้อัตโนมัติ
ถ้าไม่ทำอะไรเลย จะเกิดอะไรขึ้นจริง
- แอปบน Google Play ที่ไม่ได้ลงทะเบียนภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 จะถูกถอดออกจาก Google Play ตามนโยบายของ Play Console
- แอปที่แจกเองนอกสโตร์ จะติดตั้งด้วยวิธีปกติไม่ได้ บนเครื่อง Android ที่ผ่านการรับรองในไทย
- เครื่องที่ลงแอปไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ยังใช้ต่อได้ ไม่ได้ถูกลบทิ้ง
ข้อสามคือสาเหตุที่เรื่องนี้อันตรายกว่าที่เห็น เพราะแอปในเครื่องคุณเองยังเปิดได้ปกติทุกอย่าง คุณจึงไม่มีทางรู้จากการลองเปิดดูว่ามีปัญหา คนที่ติดคือลูกค้าใหม่กับพนักงานที่เพิ่งเปลี่ยนเครื่อง และคนกลุ่มนั้นจะไม่โทรมาบอกคุณ เขาจะเลิกลง
Google เปิดทางให้ผู้ใช้ระดับสูงยังติดตั้งแอปจากนักพัฒนาที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนได้อยู่ โดยต้องรับทราบความเสี่ยงและทำขั้นตอนตั้งค่าครั้งแรกก่อน ทางนี้มีไว้ให้คนที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ไม่ใช่ทางที่ลูกค้าทั่วไปจะเดิน ส่วนคนเขียนแอปยังติดตั้งผ่าน ADB เพื่อทดสอบได้เหมือนเดิม
ห้าอย่างที่เช็คเองได้วันนี้
หนึ่ง บัญชีนักพัฒนาเป็นชื่อใคร
ข้อนี้สำคัญที่สุดและถูกพูดถึงน้อยที่สุด ถ้าแอปของคุณอยู่ในบัญชีของบริษัทที่รับจ้างทำ คนที่ต้องยืนยันตัวตนคือเขา ไม่ใช่คุณ และคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเขาทำแล้วหรือยัง ถ้าเขาเลิกกิจการหรือติดต่อไม่ได้ แอปของคุณหายไปพร้อมกัน ให้โทรถามวันนี้ว่าบัญชีเป็นชื่อใคร และยืนยันตัวตนเรียบร้อยหรือยัง
เวลาจ้างทำแอป ให้เปิดบัญชีนักพัฒนาในชื่อธุรกิจคุณเองตั้งแต่วันแรก แล้วเชิญคนทำเข้ามาเป็นผู้ใช้ร่วม ค่าเปิดบัญชี Google Play จ่ายครั้งเดียว 25 ดอลลาร์ ถูกกว่าการต้องย้ายแอปทีหลังมาก และแอปจะเป็นของคุณจริงไม่ว่าจะเปลี่ยนคนดูแลกี่รอบ
สอง ถ้าเป็นบัญชีบริษัท ต้องมีเลข D-U-N-S
บัญชีนักพัฒนาแบบองค์กรต้องมีเลข D-U-N-S ซึ่งเป็นเลขประจำตัวธุรกิจเก้าหลักจาก Dun & Bradstreet ขอได้ฟรี แต่ Google ระบุเองว่ากระบวนการอาจใช้เวลาถึง 28 วัน
ถ้าวันนี้ยังไม่มีเลขนี้ ให้ยอมรับตั้งแต่ต้นว่าไม่ทันวันที่ 30 กันยายน แล้วเริ่มขอทันที เพราะช้าไปอีกหนึ่งสัปดาห์คือหายไปจากสโตร์นานขึ้นอีกหนึ่งสัปดาห์ ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่รอให้ว่างก่อนได้
สาม เข้าไปดูด้วยตาว่าแอปถูกลงทะเบียนแล้วจริง
แอปที่อยู่บน Google Play อยู่แล้ว Google ลงทะเบียนให้อัตโนมัติไปกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลอีกทางว่ายังมีส่วนที่ไม่ถูกลงให้ และไม่มีใครมาบอกคุณว่าแอปของคุณอยู่ในกลุ่มไหน ต้องเข้า Play Console ไปดูเองว่าชื่อแพ็กเกจของคุณขึ้นสถานะลงทะเบียนแล้ว
สี่ ถ้าแจกไฟล์ติดตั้งเอง ต้องลงทะเบียนชื่อแพ็กเกจด้วยตัวเอง
ถ้าคุณมีบัญชี Play Console อยู่แล้ว ใช้บัญชีเดิมลงทะเบียนแอปที่แจกเองนอกสโตร์ได้เลย Google ระบุชัดว่าไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่ ส่วนคนที่แจกนอกสโตร์อย่างเดียวและไม่เคยขึ้น Play มาก่อน ต้องไปเปิดบัญชีที่ Android Developer Console ซึ่งเป็นของใหม่ที่ Google ทำมาเพื่อกรณีนี้โดยเฉพาะ
ห้า แอปที่ใช้กันไม่เกิน 20 เครื่อง มีบัญชีแบบไม่เสียเงิน
Google เปิดบัญชีแบบแจกจ่ายจำกัดตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ไม่มีค่าเปิดบัญชี ไม่ต้องยื่นบัตรประชาชน แจกได้ไม่จำกัดจำนวนแอป แต่ลงได้ไม่เกิน 20 เครื่อง เหมาะกับแอปภายในของร้านเล็กหรือทีมเล็ก และเหมาะกับคนที่กำลังหัดเขียนแอป
ถ้าธุรกิจคุณมีพนักงานเกิน 20 คนที่ต้องใช้แอป ทางนี้ใช้ไม่ได้ ต้องเป็นบัญชีเต็มที่ยืนยันตัวตนแล้ว อย่าเลือกทางนี้เพราะประหยัด 25 ดอลลาร์ แล้วไปติดเพดานเอาตอนธุรกิจโต
เรื่องชื่อแพ็กเกจ ที่แย่งกันได้
ชื่อแพ็กเกจคือชื่อจริงของแอปในสายตาระบบ ไม่ใช่ชื่อที่คนเห็นบนหน้าจอ
ชื่อที่ลูกค้าเห็น ร้านกาแฟบ้านสวน ชื่อแพ็กเกจ com.bansuan.coffee
ถ้ามีนักพัฒนาหลายรายลงทะเบียนชื่อเดียวกัน Google ใช้กฎว่าใครที่กุญแจเซ็นแอปของเขาครองยอดติดตั้งเกินครึ่งของยอดที่รู้ทั้งหมด คนนั้นได้ชื่อไป เรื่องนี้สำคัญกับธุรกิจที่เคยเปลี่ยนคนทำแอป หรือเคยมีแอปทดลองที่คนทำตั้งชื่อแพ็กเกจแบบทั่วไปเกินไป ให้เช็คว่าชื่อแพ็กเกจที่ใช้อยู่จริงอยู่ในบัญชีที่คุณคุมได้
ถ้าเริ่มวันนี้ ทันไหม
ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่จุดไหน ถ้ามีบัญชีที่ยืนยันตัวตนแล้วและแอปอยู่บน Play อยู่แล้ว เรื่องนี้อาจใช้เวลาแค่สิบนาทีในการเข้าไปเช็คสถานะ แต่ถ้ายังไม่มีบัญชีบริษัทและต้องเริ่มจากขอเลข D-U-N-S ให้ตั้งใจไว้เลยว่าไม่ทัน เพราะลำพังขั้นตอนนั้นอย่างเดียวอาจกิน 28 วัน
การไม่ทันไม่ได้แปลว่าจบ แอปไม่ได้ถูกแบนถาวร เมื่อยืนยันตัวตนและลงทะเบียนเสร็จ แอปกลับมาได้ ราคาที่จ่ายคือช่วงเวลาที่คนใหม่โหลดไม่ได้ ซึ่งยิ่งเริ่มช้ายิ่งยาว
อีกกำหนดหนึ่งที่มาพร้อมกันและมักถูกลืม
ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 แอปใหม่และการอัปเดตบน Google Play ต้องตั้ง target เป็น Android 16 หรือ API level 36 ขึ้นไป แปลว่าถ้าแอปของคุณไม่ได้อัปเดตมานาน คุณจะกดส่งอัปเดตเพื่อแก้เรื่องนี้ไม่ได้ทันที ต้องให้คนเขียนแอปยกระดับ target ให้ก่อน
สองกำหนดนี้มาชนกันพอดี และเป็นเหตุผลที่แอปซึ่งปล่อยทิ้งไว้เป็นปีมีงานต้องทำมากกว่าที่เจ้าของคิด ไม่ใช่แค่กดปุ่มเดียวจบ
สรุป
- เช็ควันนี้ว่าบัญชีนักพัฒนาเป็นชื่อธุรกิจคุณ ไม่ใช่ชื่อคนที่รับจ้างทำ
- ถ้าเป็นบัญชีบริษัทและยังไม่มีเลข D-U-N-S เริ่มขอทันที เพราะอาจใช้เวลาถึง 28 วัน
- เข้า Play Console ดูด้วยตาว่าชื่อแพ็กเกจลงทะเบียนแล้วจริง อย่าเชื่อว่าอัตโนมัติครบทุกตัว
- แอปที่แจกเองนอกสโตร์ต้องลงทะเบียนเหมือนกัน และไม่มีใครลงให้
กฎนี้ออกมาเพื่อให้ตามตัวคนที่ปล่อยแอปหลอกลวงได้ ผลข้างเคียงคือคนที่ทำถูกต้องอยู่แล้วต้องเสียเวลามาทำเรื่องเอกสารด้วย ข่าวดีคือเป็นงานที่ทำครั้งเดียวจบ และหลังทำเสร็จ แอปของคุณจะเป็นของคุณจริงในทางทะเบียน ไม่ใช่ของคนที่รับจ้างทำ