ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ ทำไมสองเจ้าเสนอมาต่างกันสิบเท่า
ตัวเลขในใบเสนอราคาไม่ใช่ราคาของเว็บ แต่เป็นราคาของสิ่งที่เขาเลือกใส่มาให้ บทความนี้บอกหกบรรทัดที่ต้องอ่านให้เจอก่อนเซ็น และวิธีคิดราคารวมห้าปีที่ทำให้เจ้าถูกที่สุดในปีแรกกลายเป็นแพงที่สุด
เจ้าของธุรกิจที่กำลังจะทำเว็บมักทำเหมือนกันคือถามไปสามเจ้า แล้วได้ตัวเลขกลับมาแบบนี้ เจ็ดพัน สามหมื่นห้า และแสนห้า ทั้งที่เล่าโจทย์เดียวกันทุกคำ
คนส่วนใหญ่สรุปตรงนี้ว่าเจ้าแพงกำลังโก่งราคา บางครั้งก็จริง แต่บ่อยกว่านั้นคือทั้งสามใบไม่ได้เสนอของชิ้นเดียวกันมาให้เทียบตั้งแต่ต้น
บทความนี้ไม่ได้มาบอกว่าคุณควรจ่ายเท่าไหร่ เพราะผมไม่รู้โจทย์ของคุณ แต่จะบอกว่าอ่านใบเสนอราคายังไงให้เทียบกันได้จริง และตัวเลขไหนที่คนขายมักไม่ได้เขียนไว้
ราคาในตลาดไทยตอนนี้ แบ่งได้สี่ชั้น
ช่วงราคาข้างล่างนี้ผมเปิดดูจากหน้าราคาของผู้ให้บริการไทยหลายเจ้าในวันที่เขียน ไม่ได้ประมาณเอาจากความรู้สึก ไม่ระบุชื่อเจ้าเพราะราคาเขาเปลี่ยนได้ตลอด
- เว็บสำเร็จรูปที่จ่ายรายปี ประมาณ 4,000 ถึง 12,000 บาทต่อปี ลากวางเองได้ ไม่ต้องมีคนทำ
- เทมเพลตที่มีคนตั้งค่าและใส่เนื้อหาให้ ประมาณ 7,500 ถึง 20,000 บาท จ่ายก้อนแรกครั้งเดียว แล้วมีค่าต่ออายุรายปีต่างหาก
- ออกแบบใหม่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ประมาณ 20,000 ถึง 50,000 บาท
- เอเจนซี่เต็มรูปแบบ หรือเว็บที่มีระบบหลังบ้านจริง เริ่มที่หลักแสนขึ้นไป
สี่ชั้นนี้ไม่ได้เรียงจากแย่ไปดี มันคือของคนละอย่าง ร้านที่ต้องการหน้าเดียวให้คนเห็นแล้วกดโทร ถ้าไปซื้อชั้นที่สามคือจ่ายเกินไปมาก และบริษัทที่ต้องการระบบจองที่ตัดสต๊อกได้ ถ้าไปซื้อชั้นที่หนึ่งคือได้ของที่ใช้ไม่ได้
หกบรรทัดที่ต้องหาให้เจอในใบเสนอราคา
หนึ่ง ปีที่สองจ่ายเท่าไหร่
ใบเสนอราคาไทยเกือบทุกใบเขียนว่าฟรีโฮสติ้ง 1 ปี ฟรีโดเมน 1 ปี ฟรี SSL คำที่ต้องอ่านคือ 1 ปี ไม่ใช่คำว่าฟรี
ตอนผมเปิดดูหน้าราคาจริง เจ้าหนึ่งเขียนค่าต่ออายุไว้ชัดเจนว่าปีละ 3,000 ถึง 4,500 บาท ซึ่งถือว่าซื่อสัตย์มาก อีกหลายเจ้าไม่ได้เขียนตัวเลขนี้ไว้ที่ไหนเลยบนหน้าราคา
ถามเป็นตัวเลขก่อนเซ็นเสมอ ปีที่สองเป็นต้นไป ผมต้องจ่ายอะไรบ้าง รวมปีละเท่าไหร่ ถ้าอีกฝั่งตอบไม่ได้ทันทีหรือขอกลับไปเช็คก่อน นั่นคือคำตอบไปแล้วครึ่งหนึ่ง
สอง แก้ได้กี่ครั้ง
ตัวอย่างจริงที่ผมเจอ ผู้ให้บริการเจ้าหนึ่งมีแพ็กสองตัวราคาสองหมื่นกับสามหมื่น ของที่ได้เกือบทั้งหมดเหมือนกัน ข้อที่ต่างชัดที่สุดคือแพ็กถูกแก้ได้ 4 ครั้ง ส่วนแพ็กแพงแก้ได้ไม่จำกัดจนกว่าจะส่งมอบ
ส่วนต่างหนึ่งหมื่นบาทนั้นคือราคาของการไม่ต้องมานั่งเถียงกันตอนแก้รอบที่ห้า ว่ารอบนี้นับเป็นการแก้หรือเป็นการทำตามที่ตกลงไว้แต่แรก ใครที่เคยผ่านงานออกแบบมาจะรู้ว่าหมื่นเดียวนี้บางทีถูกมาก
สาม เว็บเป็นของใคร
เว็บสำเร็จรูปคือการเช่า หยุดจ่ายรายปีเมื่อไหร่เว็บหายเมื่อนั้น และย้ายออกไปไว้ที่อื่นไม่ได้เพราะหน้าตาที่คุณจัดไว้ผูกกับระบบของเขา ส่วนเว็บที่จ้างทำขึ้นมาเป็นไฟล์ของคุณ ย้ายโฮสต์ได้ เปลี่ยนคนดูแลได้
ไม่ได้แปลว่าเช่าแย่ ร้านที่อยากได้เว็บภายในสัปดาห์นี้และไม่อยากยุ่งกับเรื่องเทคนิคเลย การเช่าคือคำตอบที่ถูกต้องจริงๆ ประเด็นคือต้องรู้ตัวว่ากำลังเช่าอยู่ ไม่ใช่เข้าใจว่าซื้อขาดแล้วมารู้ตอนอยากย้าย
สี่ กี่หน้า และหน้าที่เกินคิดยังไง
แพ็กที่เจอบ่อยที่สุดคือ 10 หน้า ฟังดูเยอะจนกว่าจะนับจริง หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อ บทความ และหน้าบริการอีกอย่างละหนึ่งหน้า ธุรกิจที่มีบริการ 12 อย่างจะเกินโควตาตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำ
ให้ถามว่าหน้าที่เกินคิดหน้าละเท่าไหร่ และถามตั้งแต่ตอนที่ยังไม่เซ็น เพราะราคาหน้าเพิ่มตอนที่งานเดินไปครึ่งทางแล้ว เป็นราคาที่คุณไม่มีอำนาจต่อรองเหลืออยู่
ห้า เนื้อหาใครเขียน
ข้อนี้ทำให้งานช้าที่สุด และแทบไม่มีใครเขียนไว้ในใบเสนอราคา คำว่าออกแบบเว็บไซต์ในเกือบทุกใบหมายถึงเขาทำกล่องให้ ส่วนข้อความกับรูปที่จะใส่ในกล่อง คุณเป็นคนหา
เว็บที่ค้างอยู่เป็นเดือนส่วนใหญ่ไม่ได้ค้างเพราะคนทำช้า แต่ค้างเพราะรอเนื้อหาจากเจ้าของ ถ้ารู้ตั้งแต่วันแรกว่าเป็นหน้าที่ตัวเอง จะกันเวลาไว้เขียนได้ หรือจ้างเพิ่มโดยรู้ราคาล่วงหน้า
หก ของแถมที่แถมมา ถ้าไม่แถมต้องจ่ายเท่าไหร่
ฟรี SSL ฟรี backlink 100 อัน ฟรีคีย์เวิร์ด SEO หนึ่งคำ ของพวกนี้ทำให้ใบเสนอราคาดูคุ้มขึ้นทันทีโดยที่ต้นทุนคนขายแทบไม่ขยับ SSL ทุกวันนี้ขอฟรีได้จริงและติดตั้งใช้เวลาไม่กี่นาที ส่วน backlink ร้อยอันที่ได้มาเป็นชุดแบบนั้น ไม่ได้ช่วยอันดับอย่างที่ชื่อมันฟังดู
ของแถมที่มีค่าจริงก็มี เช่นการสอนใช้งานจนทำเองเป็น หรือการรับประกันแก้บั๊กหนึ่งปี วิธีแยกง่ายมาก ถามว่าถ้าไม่แถมอันนี้ ราคาลดลงเท่าไหร่ ถ้าตอบว่าไม่ลด แปลว่าของชิ้นนั้นไม่เคยมีราคาตั้งแต่แรก
วิธีเทียบที่ใช้ได้จริง คิดราคารวมห้าปี
เอาราคาตั้งต้นบวกค่าที่ต้องจ่ายทุกปีคูณสี่ แล้วค่อยเทียบกัน ตัวเลขข้างล่างเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่ราคาของใคร
เจ้า ก เว็บสำเร็จรูป ปีละ 9,000 จ่ายทุกปี ห้าปี = 9,000 x 5 = 45,000 สิ่งที่ได้ตอนจบ = ไม่มีอะไรเป็นของคุณ เจ้า ข จ้างทำใหม่ครั้งเดียว 35,000 ค่าโฮสต์กับโดเมนปีละ 1,500 ห้าปี = 35,000 + (1,500 x 4) = 41,000 สิ่งที่ได้ตอนจบ = ไฟล์เว็บเป็นของคุณ
ในปีแรกเจ้า ก ถูกกว่าเจ้า ข อยู่สองหมื่นหกพัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้คนตัดสินใจไปแล้วโดยไม่ได้คิดต่อ พอถึงปีที่ห้ากลับกลายเป็นว่าจ่ายมากกว่า และสิ่งที่ถืออยู่ในมือก็ต่างกันคนละเรื่อง
ห้าปีไม่ใช่เลขวิเศษ ผมใช้เพราะเป็นช่วงอายุที่เว็บส่วนใหญ่อยู่ได้ก่อนจะถึงรอบรื้อใหม่ ถ้าธุรกิจคุณเปลี่ยนเร็วและรู้ว่าปีหน้าจะทำใหม่อยู่แล้ว การเช่าก็คุ้มกว่าจริง คิดตามอายุที่คุณจะใช้จริง ไม่ใช่ตามที่ผมสมมติ
ถ้างบจำกัดจริงๆ ควรตัดอะไรก่อน
- ตัดจำนวนหน้าลงก่อน เริ่มจากหน้าที่ขายของได้จริงสามสี่หน้า แล้วค่อยเพิ่มทีหลัง
- ตัดงานออกแบบใหม่ ใช้เทมเพลตที่ดีอยู่แล้วแล้วเปลี่ยนสีกับรูปให้เป็นของตัวเอง
- ตัดฟีเจอร์ที่ยังไม่มีลูกค้าคนไหนขอ ระบบสมาชิกกับระบบสะสมแต้มอยู่ในกลุ่มนี้เกือบทุกครั้ง
- อย่าตัดความเร็วหน้าเว็บ อย่าตัดการแสดงผลบนมือถือ และอย่าตัดการสำรองข้อมูล
ข้อที่คนตัดบ่อยที่สุดคือมือถือ เพราะตอนตรวจงานเปิดจากคอมแล้วสวยดี ทั้งที่คนไทยส่วนใหญ่เข้าเว็บจากมือถือ ถ้าจะให้ดีตอนตรวจงานให้เปิดจากมือถือตัวเองก่อนเสมอ แล้วค่อยเปิดคอม
ห้าคำถามที่ถามทางแชทได้เลยวันนี้
- ปีที่สองเป็นต้นไปต้องจ่ายอะไรบ้าง รวมปีละเท่าไหร่
- แก้ได้กี่ครั้ง และนับยังไงว่าอะไรคือการแก้
- หน้าที่เกินจากแพ็ก คิดหน้าละเท่าไหร่
- เนื้อหากับรูป ใครเป็นคนหา
- ถ้าวันหนึ่งผมอยากย้ายไปให้คนอื่นดูแล ผมได้อะไรติดมือไปบ้าง
ห้าข้อนี้ตอบยากมากถ้าอีกฝั่งตั้งใจทำให้ราคาดูถูกไว้ก่อนแล้วค่อยไปเก็บทีหลัง และตอบง่ายมากถ้าเขาคิดราคามาตรงๆ ตั้งแต่ต้น คำตอบที่ได้จึงบอกอะไรเกี่ยวกับคนที่คุณกำลังจะจ้างมากกว่าตัวเลขในใบเสนอราคาเสียอีก
สรุป
ราคาที่ต่างกันสิบเท่าไม่ได้แปลว่ามีใครโกง ส่วนใหญ่แปลว่ากำลังเทียบของคนละชั้นกันอยู่ ให้เทียบราคารวมห้าปี ไม่ใช่ราคาปีแรก ให้อ่านหกบรรทัดข้างบนให้เจอก่อนเซ็น และให้ถามห้าคำถามนั้นตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้จ่ายอะไรเลย
เว็บที่แพงที่สุดไม่ใช่เว็บที่ราคาสูงที่สุด แต่คือเว็บที่ทำเสร็จแล้วใช้ไม่ได้ แล้วต้องจ้างใหม่ทั้งใบในอีกแปดเดือนถัดมา