มีเว็บแล้วต้องจ่ายอะไรต่ออีก ตัวเลขจริงทุกก้อน
คำถามที่ถูกถามหลังตกลงราคาเสมอคือแล้วรายเดือนอีกเท่าไหร่ บทความนี้แจกตัวเลขจริงทุกก้อน ทั้งโดเมน ที่เก็บเว็บ อีเมล LINE OA และค่าธรรมเนียมรับเงิน พร้อมเหตุผลว่าทำไมก้อนที่คนไม่กลัวถึงกินเงินมากที่สุด
หลังตกลงราคาทำเว็บกันเรียบร้อย คำถามถัดไปเกือบทุกครั้งคือ แล้วรายเดือนต้องจ่ายอีกเท่าไหร่ คำตอบที่แย่ที่สุดที่จะได้ยินคือ ไม่เยอะหรอก
บทความนี้แจกตัวเลขจริงทุกก้อน ทุกตัวเลขข้างล่างผมเปิดจากหน้าราคาของเจ้าของบริการเองในวันที่เขียน ไม่ได้จำมาจากที่ไหน ราคาพวกนี้เปลี่ยนได้ ให้ใช้เป็นภาพรวมของขนาด ไม่ใช่ใบเสนอราคา
ก่อนอื่นต้องแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นสองแบบให้ได้ แบบแรกคือค่าคงที่ จ่ายเท่ากันทุกเดือนไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ได้ แบบที่สองคือค่าผันแปร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินที่รับเข้ามา คนส่วนใหญ่กลัวแบบแรกเพราะเห็นเป็นบิล แต่แบบที่สองกินเงินมากกว่าเกือบทุกครั้ง

ค่าคงที่ ก้อนที่จ่ายแน่นอนทุกปี
โดเมน
ชื่อเว็บนามสกุล .com อยู่ที่ประมาณ 350 ถึง 500 บาทต่อปี แล้วแต่ผู้ให้บริการ ส่วน .co.th ราคาทางการจากผู้ดูแลทะเบียนโดเมนไทยคือ 856 บาทต่อปี รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และผู้ให้บริการที่รับจดให้อาจบวกค่าดำเนินการอีก
การจด .co.th ต้องใช้เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือคนไทยเห็นแล้วรู้ว่าเป็นนิติบุคคลจริง ข้อเสียคือถ้าธุรกิจยังไม่ได้จดทะเบียนก็ขอไม่ได้ และราคาแพงกว่าสองเท่า ร้านที่เพิ่งเริ่มใช้ .com ไปก่อนแล้วค่อยเพิ่มทีหลังได้
ที่เก็บเว็บ
โฮสต์ไทยแบบแบ่งเครื่องกันใช้ เริ่มประมาณ 118 บาทต่อเดือน ส่วนโฮสต์ที่ทำมาเพื่อ WordPress โดยเฉพาะอยู่ราวๆ 1,500 บาทต่อปี ส่วนเว็บที่ไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลอะไรเลย เช่นเว็บแนะนำบริการที่ไม่มีระบบหลังบ้าน ทุกวันนี้มีที่ฝากแบบไม่เสียเงินจริงๆ อยู่
ราคาโฮสต์ไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเว็บจะเร็วหรือช้า เว็บที่ช้าส่วนใหญ่ช้าเพราะรูปที่อัปขึ้นไปใหญ่เกินจำเป็นกับปลั๊กอินที่ติดไว้เยอะเกินใช้ ไม่ใช่เพราะโฮสต์ถูก การย้ายไปโฮสต์แพงขึ้นโดยไม่แก้สองอย่างนั้นก่อน มักจะจ่ายเพิ่มแล้วไม่เร็วขึ้น
กุญแจล็อกเว็บ
ฟรี และควรฟรี ทุกวันนี้ออกใบรับรองอัตโนมัติได้ไม่มีค่าใช้จ่าย โฮสต์เกือบทุกเจ้าติดตั้งให้ในตัว ถ้าเจอใบเสนอราคาที่คิดค่ากุญแจนี้เป็นรายปีกับคุณ ให้ถามว่าเป็นใบรับรองแบบไหนและทำไมต้องจ่าย
อีเมลชื่อบริษัท
แพ็กเริ่มต้นของ Google Workspace อยู่ที่ 275 บาทต่อคนต่อเดือน ราคาเต็ม ช่วงนี้มีส่วนลดปีแรกอยู่ที่ 137.50 บาท สำหรับผู้ใช้ 20 คนแรก ซึ่งแปลว่าปีที่สองราคาจะเด้งขึ้นเท่าตัว ให้คิดงบจากราคาเต็มไว้ก่อน
ร้านเล็กที่มีคนเดียวไม่จำเป็นต้องจ่ายตรงนี้ตั้งแต่วันแรก อีเมลแบบส่งต่อเข้ากล่องเดิมของคุณมักมาพร้อมโฮสต์อยู่แล้วและใช้ได้จริง ค่อยขยับมาใช้ของจริงตอนที่มีพนักงานต้องใช้อีเมลคนละกล่อง
LINE OA
ก้อนนี้เป็นก้อนที่โตเร็วที่สุดโดยไม่มีใครเตือน ชั้นฟรีส่งได้ 300 ข้อความต่อเดือน แพ็ก Basic 1,280 บาทต่อเดือนได้ 15,000 ข้อความ ส่วนเกินคิดข้อความละ 0.10 บาท แพ็ก Pro 1,780 บาทต่อเดือนได้ 35,000 ข้อความ ส่วนเกินข้อความละ 0.06 บาท ทั้งหมดยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
จุดที่ทำให้คนตกใจตอนได้บิลคือวิธีนับ ระบบนับตามจำนวนคนที่ได้รับ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่คุณกดส่ง ร้านที่มีคนกดติดตาม 5,000 คน แล้วกดส่งข่าวสารเดือนละสามครั้ง เท่ากับ 15,000 ข้อความ ซึ่งเต็มโควตาแพ็ก Basic พอดีทั้งที่รู้สึกว่าส่งแค่สามครั้ง
ค่าผันแปร ก้อนที่โตตามยอดขาย
ถ้าเว็บของคุณรับเงินได้ ทุกบาทที่ลูกค้าจ่ายเข้ามาจะถูกหักค่าธรรมเนียมของผู้ให้บริการรับเงิน อัตราที่ใช้กันในไทยตอนนี้เป็นแบบนี้
- บัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่ออกในไทย ประมาณ 3.65 เปอร์เซ็นต์ต่อรายการ บางเจ้าบวกค่าธรรมเนียมคงที่อีก 10 บาท
- บัตรที่ออกจากต่างประเทศ ประมาณ 4.75 เปอร์เซ็นต์ และถ้าต้องแปลงสกุลเงินบวกอีก 2 เปอร์เซ็นต์
- พร้อมเพย์ ประมาณ 1.65 เปอร์เซ็นต์ต่อรายการ ถูกที่สุดในบรรดาวิธีที่รับได้จริง
- โอนผ่านแอปธนาคารโดยตรง บางเจ้าคิดเป็นรายการละ 10 บาท ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์
- ค่าโอนเงินออกเข้าบัญชีคุณ ประมาณ 20 บาทต่อครั้ง และกรณีลูกค้าเรียกเงินคืนผ่านบัตร มีค่าดำเนินการหลักร้อยถึง 500 บาทต่อเคส
ข่าวดีคือเจ้าใหญ่ในไทยไม่มีค่าแรกเข้าและไม่มีค่ารายเดือน แปลว่าเดือนไหนที่ยังไม่มียอดขาย คุณไม่ต้องจ่ายอะไรให้เขาเลย ค่าธรรมเนียมเกิดต่อเมื่อมีเงินเข้าจริงเท่านั้น
ทำไมก้อนนี้ถึงใหญ่กว่าที่คิดมาก
ลองคิดเป็นตัวเลขของร้านที่ขายได้เดือนละหนึ่งแสนบาท

ค่าโดเมนกับค่าโฮสต์ของร้านนี้รวมกันทั้งปีอาจไม่ถึงสามพันบาท แต่ค่าธรรมเนียมรับเงินกินไปสี่หมื่นกว่า นี่คือเหตุผลที่บอกตั้งแต่ต้นว่าก้อนที่คนไม่กลัว คือก้อนที่กินเงินมากที่สุด
วิธีลดที่ได้ผลจริงคือทำให้พร้อมเพย์เป็นตัวเลือกแรกที่ลูกค้าเห็นบนหน้าจ่ายเงิน ไม่ใช่ซ่อนไว้ข้างล่าง คนไทยจำนวนมากพร้อมจ่ายด้วยพร้อมเพย์อยู่แล้วถ้าเห็นก่อน ส่วนบัตรยังต้องมีไว้ เพราะลูกค้าต่างชาติกับลูกค้าที่ซื้อของราคาสูงมักเลือกบัตร
ค่าดูแล ก้อนที่ต้องถามให้ชัดที่สุด
ค่าดูแลรายเดือนไม่ใช่ค่าโฮสต์ และไม่ใช่ค่าโดเมน มันคือค่าแรงคนที่คอยทำสิ่งที่เว็บต้องการแต่ไม่มีใครเห็น ปัญหาคือคำว่าดูแลไม่ได้แปลว่าอะไรเลยถ้าไม่มีรายการต่อท้าย ให้ถามว่าครอบอะไรบ้าง
- อัปเดตตัวระบบและปลั๊กอินเมื่อมีช่องโหว่ประกาศออกมา ไม่ใช่รออัปตอนเว็บพัง
- สำรองข้อมูลอัตโนมัติ เก็บไว้คนละที่กับตัวเว็บ และเคยลองกู้กลับมาจริงแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- เฝ้าว่าเว็บล่มไหม โดยที่คุณไม่ต้องเป็นคนไปเจอเอง
- แก้เนื้อหาเล็กน้อยได้เดือนละกี่ชั่วโมง และเกินจากนั้นคิดยังไง
ถ้าคนทำเว็บเก็บเงินคุณเป็นรายเดือนก้อนเดียว ให้ขอให้เขาแยกให้เห็นว่าอันไหนคือค่าที่เขาจ่ายต่อให้บุคคลที่สาม เช่นโฮสต์กับโดเมน และอันไหนคือค่าแรงของเขาเอง ถ้าแยกไม่ได้หรือไม่ยอมแยก คุณจะไม่มีวันรู้ว่ากำลังจ่ายค่าอะไรอยู่ และจะเทียบกับเจ้าอื่นไม่ได้เลย
รวมทั้งหมดแล้วเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับว่าเว็บของคุณเป็นแบบไหน สองกรณีข้างล่างเป็นตัวอย่างให้เห็นขนาด ไม่ใช่ราคาของใคร
ร้านเล็ก เว็บแนะนำบริการ ไม่รับเงินบนเว็บ โดเมน 500 + ที่เก็บเว็บ 1,500 รวมปีละ ประมาณ 2,000 บาท ร้านออนไลน์ ขายเดือนละ 100,000 โดเมน 500 + ที่เก็บเว็บ 3,000 อีเมล 275 x 12 = 3,300 LINE OA Basic 1,280 x 12 = 15,360 ค่าธรรมเนียมรับเงิน ประมาณ 25,000 รวมปีละ ประมาณ 47,000 บาท
ตัวเลขสองก้อนนี้ต่างกันยี่สิบกว่าเท่า ทั้งที่ทั้งคู่เรียกว่ามีเว็บเหมือนกัน ความต่างเกือบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ตัวเว็บ แต่อยู่ที่ว่าเว็บนั้นรับเงินและส่งข่าวสารหาลูกค้าหรือเปล่า
ก้อนที่ไม่ควรตัดแม้งบจะตึง
- การสำรองข้อมูล ถูกที่สุดในบรรดาทุกก้อน และเป็นก้อนเดียวที่ช่วยคุณได้ในวันที่แย่ที่สุด
- การต่ออายุโดเมน ปล่อยให้ขาดแล้วมีคนอื่นจดต่อ คุณซื้อคืนในราคาเดิมไม่ได้อีกเลย
- การอัปเดตความปลอดภัย ประหยัดเดือนละไม่กี่ร้อย แลกกับความเสี่ยงที่ต้องจ่ายหลักหมื่นตอนกู้เว็บคืน
ข้อกลางคือข้อที่เจ็บที่สุดและเกิดขึ้นจริงบ่อยกว่าที่คิด เพราะอีเมลแจ้งเตือนต่ออายุมักส่งไปที่อีเมลของคนที่ทำเว็บให้เมื่อสามปีก่อน ซึ่งติดต่อไม่ได้แล้ว ให้เช็ควันนี้เลยว่าโดเมนของคุณจดในชื่อใครและแจ้งเตือนไปที่อีเมลไหน
สรุป
เว็บแนะนำบริการธรรมดาที่ไม่รับเงิน ค่าใช้จ่ายต่อเนื่องอยู่ในหลักพันต่อปี ซึ่งน้อยกว่าที่คนส่วนใหญ่กลัวไว้มาก ส่วนเว็บที่รับเงินได้ ก้อนใหญ่ที่สุดคือค่าธรรมเนียมรับเงิน ไม่ใช่ค่าเว็บ และมันโตตามยอดขายเสมอ
สิ่งที่ควรได้กลับไปจากบทความนี้มีข้อเดียว คือค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเกือบทั้งหมดเป็นเงินที่ไปเข้าบุคคลที่สาม ไม่ใช่เงินที่เข้ากระเป๋าคนทำเว็บ ดังนั้นคนทำเว็บที่ดีจะบอกคุณได้ทุกบาทว่าเงินก้อนไหนไปไหน และควรยินดีบอกตั้งแต่ก่อนคุณจ่ายเงินงวดแรก